ทำไมเราถึงไม่ควรมีพนักงานไม่เกิน 150 คน

หากคุณเคยอ่านเรื่องราวของบริษัท Gore Tex ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตผ้ากันน้ำกันลมสำหรับเสื้อกันหนาวแบรนด์ดังอย่าง North Face ก็จะพบว่า เจ้าของบริษัท Bill Gore มีวิธีที่แปลกมากในการขยายบริษัทตัวเอง ก็คือ เมื่อโรงงานของเขามีคนเกิน 150 คน เขาก็จะเปิดโรงงานใหม่ เพราะเขารู้สึกว่าเมื่อเขาเดินเข้าไปในโรงงาน คนเริ่มที่จะไม่รู้จักกันแล้ว

เป็นเรื่องที่ดูตลกๆหน่อยนะครับ เพราะปกติ เราคงอยากให้โรงงานใหญ่ขึ้น มีคนเยอะขึ้นมากกว่า เพราะประสิทธิภาพในการใช้คนของโรงงาน 300 คนโรงเดียว ก็น่าจะดีกว่าประสิทธิภาพในการใช้คน 150 คนในโรงงานสองโรง คุณต้องซื้อเครื่องจักรเพิ่มทุกอย่างเป็นดับเบิ้ล ทั้งๆที่จริงๆแล้วบางอย่างอาจจะแชร์กันได้ คุณต้องมีแผนกสนับสนุนอื่นๆเพิ่มอีกอีกเป็นดับเบิ้ล ทั้งๆที่จริงคุณอาจจะสามารถแชร์ทรัพยากรคน อย่างฝ่าย HR หรือ แม่บ้านได้

แต่ Gore Tex กลับเลือกที่จะเปิดสองโรงงานแทน แถมพวกเขาก็ดูจะไปได้ดีซะด้วย

ถึงแม้ Bill Gore อาจจะไม่รู้ แต่การกระทำของเขาก็ดันไปตรงกับหลักทฤษฎีทางจิตวิทยาวิวัฒนาการของ ดร. Robin Dunbar ครับ

ดร.Dunbar เป็นนักจิตวิทยาวิวัฒนาการชาวอังกฤษ เขาเดินทางไปทั่วโลกเพื่อศึกษาว่า มนุษย์ในอดีตมีสังคมเป็นแบบไหน แล้วเขาก็พบว่า 150 ถือเป็น magic number เขาบอกว่า

“ชุมชนไหนที่มีขนาดเกิน 150 คน จะทำให้คนในชุมชนนั้นไม่สามารถจะมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

In Dunbar’s research, he mentioned that the 150 people are made up of:

ในงานวิจัยของ ดร.Dunbar เขาบอกว่า ในกลุ่มคนจำนวน 150 คน เราก็จะไม่ได้สนิทกับทุกๆคน แต่ก็จะมีความสนิทเป็นชั้นๆแบบนี้

5 คนที่ซี้ปึ๊กที่สุด

15 คนที่สนิทมาก(อันนี้รวม 5 คนซี้ปึ๊กไว้แล้ว)

50 คนสนิท (รวม ข้อ 1 กับ 2 ไว้แล้ว)

150 คนรู้จัก

https://www.sketchplanations.com/post/178356259078/dunbars-number-150-the-evolutionary

โดยเราจะใช้เวลาประมาณ 60% กับคน 50 คนสนิทของเรา ในขณะที่กับอีก 100 คนที่เหลือ เราใช้เวลาร่วมด้วยเพียง 40% (ยิ่งสนิทมากก็ยิ่งใช้เวลามากขึ้น เช่น 5 คนซี้ปึ๊ก อาจจะเจอกันทุกวัน ในขณะที่กลุ่ม 100 คนสุดท้าย อาจจะเจอกันหลายเดือนครั้ง)

ซึ่งหากเราคบคนเกินกว่านี้ เราก็จะขาดความสามารถในการรับรู้รายละเอียดของคนที่อยู่นอกวง 150 นี้ไป เช่น เราก็อาจจะลืมว่าเขาทำอาชีพอะไร แต่งงานหรือยัง ลูกเขาเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง (แต่ก็ยังอาจจำชื่อได้) ความสนิทสนมก็จะลดน้อยถอยลง กลายเป็นคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จะคุยอะไรด้วยดี การสื่อสารก็จะเริ่มยากขึ้น ความขัดแย้งก็จะเริ่มเกิดขึ้น เพราะเปรียบเสมือนว่าอีกคนเป็นคนที่มาจากคนละเผ่า

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เรามักจะเคยได้ยินบ่อยๆสำหรับบริษัท คือ ตอนแรกก็เป็นบริษัท startup ดาวรุ่งพุ่งแรง งานดีไม่มีตก แต่พอบริษัทได้เงินมา เพิ่มคนไป ปรากฏว่าประสิทธิภาพในการทำงานกับไม่กระเตื้องเท่าที่ควรจะเป็น ซ้ำร้ายหลายบริษัทพอขยายไปไม่นานก็เจ๊งซะได้ ไม่ว่าจะด้วยการถูกโกง หรือ การเมืองภายใน

แน่นอนว่า มันคงจะไม่ใช่แค่มีพนักงานเกิน 150 คน แล้วบริษัทจะมีปัญหาทันที ปัจจัยที่ทำให้บริษัทเจ๊งเกิดได้เป็นล้านแปด

แต่การที่บริษัทมีคนเกิน 150 คน จะทำให้คนเริ่มไม่ค่อยรู้จักกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญในการดำรงอยู่ของชุมชนมนุษย์ เนื่องจาก มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีกลุ่มขนาดใหญ่มาก เมื่อเทียบกับสัตว์กลุ่ม ape ด้วยกัน และเราอยู่ด้วยการแบ่งปันกันเป็นหลัก การที่เราเริ่มไม่รู้จักกัน จะทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า free rider คือคนที่กินแรงชาวบ้าน เพราะหากเรารู้จักกันดี เราจะคอยสอดส่องและลงโทษ free rider ให้ถูกเนรเทศออกไปจากเผ่า แต่พอเราไม่รู้จักกันแล้ว เราก็ไม่รู้ว่าใครเป็น free rider เมื่อมี free rider คนที่หนึ่งเกิดขึ้น และมีชีวิตอยู่ได้แบบสบายๆ ก็จะมี free rider คนที่สอง คนที่สาม คนที่สี่ตามมา จนในที่สุด คนที่ตั้งใจทำงานขยันขันแข็งก็เริ่มรู้สึกว่า ทำงานให้กับเผ่านี้เริ่มไม่คุ้มแล้ว ฉันไปหากินเองยังจะดีกว่าต้องมาเลี้ยงเห็บเลี้ยงปลิงพวกนี้ไปด้วย เมื่อนั้นเผ่าก็จะแตกออก

ซึ่งจริงๆแล้ว มีทฤษฎีออกมาเลยด้วยซ้ำว่า เหตุที่มนุษย์มีสมองใหญ่มากเมื่อเทียบกับสัตว์อื่นๆ ก็เพื่อที่จะเอาสมองนี้ไว้ใช้จดจำเรื่องของเพื่อนๆในเผ่าและป้องกันไม่ให้ free rider ให้เกิดขึ้นนี่แหละ โดยเขาเอาขนาดของสมอง มาเทียบกับ ขนาดของฝูงลิงชนิดต่างๆ ปรากฏว่า ลิงที่ฉลาดน้อยก็จะอยู่กันเป็นฝูงเล็กๆ ส่วนกลุ่มที่ฉลาดมาก(เช่นชิมแปนซี)ก็จะอยู่กันเป็นฝูงใหญ่ขึ้นๆ และฝูงที่ใหญ่ที่สุดก็คือฝูงมนุษย์นั่นเองครับ

ขนาดของสมองส่วน Neocortex (แกนx) เมื่อเทียบกับขนาดฝูง (แกนy) จะสังเกตว่าฝูงจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆตามขนาดสมอง โดยในกราฟนี้จะแยกเป็นลิง กับ ape

เพราะฉะนั้น จงระวังถ้าบริษัทของเราจะเริ่มขยายเกิน 150 คนนะครับ

อ้างอิง

https://medium.com/@social_archi/dunbars-number-1a8d75b94576

https://www.researchgate.net/figure/Group-size-and-encephalization-here-executive-brain-ratio-volume-of-cortex-over-rest_fig1_311919150

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these <abbr title="HyperText Markup Language">HTML</abbr> tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

Skip to toolbar